Skip to content

มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ HS4

1.หมวดนโยบายการจัดการคุณภาพ
1.1 สถานพยาบาลมีนโยบายการจัดการคุณภาพ
1.2 การสื่อสารจากผู้นำ
1.3 การมีส่วนร่วมของบุคลากร
1.4 การมีส่วนร่วมของชุมชน หรือผู้รับบริการ หรือญาติ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริการ
2.หมวดกระบวนการคุณภาพ
2.1 คุณภาพบริการและระบบสนับสนุนบริการ
2.2 คุณภาพการบริหารสถานพยาบาล
3.หมวดผลลัพธ์ของการจัดการคุณภาพ
3.1 ความพึงพอใจและความมั่นใจของผู้รับบริการและประชาชน
3.2 ความสุขและความพึงพอใจของบุคลากรในสถานพยาบาล
3.3 ชื่อเสียงของสถานพยาบาล

1.ด้านการบริการสุขภาพ


1.1 โรงพยาบาลต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะที่ได้มาตรฐานการประกอบวิชาชีพ


1.2 แผนกเวชระเบียนจัดให้มีอุปกรณ์การเก็บเวชระเบียน การเก็บเวชระเบียน และการสำรองข้อมูลตามที่กำหนด


1.3 แผนกผู้ป่วยนอก มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.4 แผนกผู้ป่วยใน จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.5 แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.6 แผนกเภสัชกรรมจัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.7 แผนกกายภาพบำบัดจัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.8 แผนกเทคนิคการแพทย์จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.9 แผนกรังสีวิทยา จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.10 แผนกผ่าตัดจัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.11 แผนกสูติกรรม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.12 ระบบรถรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้งานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและจัดให้มีอุปกรณ์ครบถ้วน


1.13 ระบบควบคุมการติดเชื้อ จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.14 หอผู้ป่วยหนัก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.15 ห้องให้การรักษา จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.16 ห้องผ่าตัดเล็ก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.17 ห้องตรวจภายในและขูดมดลูก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.18 ห้องทารกหลังคลอด จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.19 ห้องทันตกรรม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.20 ห้องไตเทียม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.21 ห้องซักฟอก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.22 ห้องโภชนาการ จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.23 ห้องพักศพ ที่ให้บริการเก็บศพตั้งแต่ 24 ชั่วโมงขึ้นไป จัดให้มีอุปกรณ์ครบถ้วนตามที่กำหนด


1.24 ยานพาหนะสำหรับให้บริการนอกโรงพยาบาล ต้องมีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด


1.แผนพัฒนาและการวางผังโรงพยาบาล


1.1 มีแผนแม่บท (แผนพัฒนาและวางผังโรงพยาบาลด้านอาคารและสภาพแวดล้อม)


1.2 มีผังบริเวณของโรงพยาบาลที่เป็นปัจจุบัน


2.ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล


2.1 ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล มีการแบ่งช่องทางสัญจรสําหรับยานพาหนะและผู้สัญจรทางเท้าอย่างชัดเจน


2.2 ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล กรณีช่องทางเดินรถทางเดียว(ONE-WAY)ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร กรณีช่องทางเดินรถสองทาง/เดินรถสวนทาง (TWO-WAY) ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร


3.ป้ายนําทาง ป้ายจราจร ป้ายชื่อโรงพยาบาล ป้ายชื่ออาคาร


3.1 มีป้ายนําทางบอกทิศทางและระยะทางสู่โรงพยาบาล ติดตั้งอยู่บนถนนสาธารณะสายหลักสายรองและทางแยกในระยะที่เหมาะสม


3.2 มีป้ายจราจรภายในโรงพยาบาล ติดตั้งในตําแหน่งที่เหมาะสมสามารถมองเห็นไดชัดเจน (ประเมินเฉพาะบริเวณส่วนให้การรักษาพยาบาล)


3.3 มีป้ายบอกทางไปยังอาคาร/แผนกต่างๆ มองเห็นไดชัดเจน พร้อมระบบไฟส่องสว่างที่เหมาะสม


3.4 มีป้ายชื่อโรงพยาบาล ป้ายชื่ออาคารที่เป็นหน่วยบริการสําคัญ ได้แก่ แผนกฉุกเฉิน แผนกผูป่วยนอก เป็นต้น ติดตั้งอยู่ในตําแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นไดชัดเจนในเวลากลางวันและมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน


4.ถนนภายในโรงพยาบาล


4.1 บริเวณจุดตัดถนน มีป้ายบอกทางชัดเจนและปราศจากสิ่งบดบังสายตา


5.ทางเดินเท้า


5.1 ในจุดที่เป็นทางขามถนนและมีความต่างระดับ จะต้องทําทางลาดเอียง ให้สามารถนําเกาอี้มีลอ (WHEELCHAIR) หรือผู้ทุพพลภาพหรือคนชราผ่านได้โดยสะดวก รวมทั้งต้องจัดให้มีป้ายเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะว่าเป็นทางข้ามสําหรับผู้เดินเท้า


6.ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารสําหรับผู้ป่วย


6.1 มีทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารในทุกหน่วยบริการของโรงพยาบาลความกว้างประมาณ 2.50 เมตร เพื่อสะดวกต่อการเข็นเปลนอนผู้ป่วยสวนกันได้และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร


6.2 ติดตั้งราวกันตกสูงประมาณ 1.10 เมตร


6.3 ติดตั้งราวจับ สูงประมาณ 0.80-0.90 เมตร


6.4 มีหลังคาหรือสิ่งปกคลุมที่ป้องกันแดดและฝนตลอดแนว


7.ทางลาดสําหรับผู้ป่วย


7.1 กรณีที่ระดับพื้นอาคารมีความต่างระดับกันมากกว่า 1.3 เซนติเมตรจะต้องทําทางลาดเพื่ออํานวยความสะดวกใหกับผู้รับบริการ


7.2 มีความกวางสุทธิไม่น้อยกว่า 0.90 เมตร ยกเว้นกรณีสองทางสวนกันได้ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.50 เมตรตลอดเส้นทาง


7.3 ทางลาดที่ไม่มีผนังกั้น ให้ยกขอบสูง 10 เซนติเมตร ต้องมีราวจับและราวกันตก (ราวจับสูงประมาณ 0.80-0.90 เมตรราวกันตกสูงประมาณ 1.10เมตร)


7.4 ทางลาดที่มีความยาวตั้งแต่ 1.80 เมตรขึ้นไป ต้องมีราวจับทั้งสองด้าน (ราวจับสูงประมาณ 0.80-0.90เมตร)


7.5 ทางลาดภายนอกตองมีหลังคาหรือสิ่งปกคลุมที่ป้องกันแดดและฝนตลอดแนว


7.6 ห้องหรือแผนกที่ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยตั้งแต่ ที่ชั้น 2 ขึ้นไป ต้องจัดให้มีทางลาดหรือลิฟต์ (BED LIFT)


8.ที่จอดรถยนต์และจอดจักรยานยนต์


8.1 มีที่จอดรถสําหรับผู้พิการอยู่ใกล้ทางเขาอาคารผู้ป่วยนอกและมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงอย่างชัดเจน


8.2 แยกพื้นที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกจากแนวทางวิ่งของรถ รวมทั้งแสดงเครื่องหมายทิศทางอย่างชัดเจน


9.บริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยหน้าอาคาร


9.1 มีความกว้างของถนนพอที่รถยนต์คันอื่นสามารถผ่านไปได้ขณะที่มี
รถยนต์จอดรับ-ส่งผู้ป่วยอยู่


9.2 ระดับพื้นของบริเวณรับ-ส่งผู้ป่วยต้องอยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนนถ้าเป็นพื้นต่างระดับต้องปาดมุมหรือมีทางลาดที่เหมาะสม


9.3 มีหลังคาหรือสิ่งปกคลุมที่สามารถป้องกันแดดและฝน


10.ห้องน้ำ-ส้วม สําหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ


10.1 มีห้องน้ํา-ส้วม สําหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุภายในมีราวพยุงตัวติดตั้งในตําแหน่งที่เหมาะสม


10.2 มีห้องน้ําสําหรับเด็กเล็กเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด


11.บันไดหนีไฟ


11.1 มีความกว้างของบันไดและชานพักที่สะดวกต่อการใช้งานและไม่มีสิ่งกีดขวาง


11.2 มีตัวเลขระบุชั้นอยู่ภายในตัวบันไดที่มองเห็นได้ชัดเจน


12.งานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคาร


12.1 ภายในห้องตรวจ ติดตั้งอ่างล้างมือสําหรับแพทย์ไม่ควรใช้ปะปนกับอ่างเทสิ่งสกปรกหรือล้างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆและก็อกน้ําควรใช้ก็อกน้ําชนิดไม่ใช้มือสัมผัส (ก็อกน้ำชนิดก้านปัดด้วยข้อศอก หรือเป็นแบบเซนเซอร์)


12.2 เคาน์เตอร์สําหรับพยาบาลสําหรับ แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต และหอผูป่วยสามัญ (ยกเว้นหอผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งเคาน์เตอร์พยาบาลอยู่ภายนอกห้องของผู้ป่วย) แผนกไตเทียม (ถ้ามี) ความสูงเคาน์เตอร์ระดับบนไม่ควรสูงเกินกว่า 90 เซนติเมตรจากระดับพื้นห้อง เพื่อไม่ให้บังสายตาในขณะเฝ้าดูผู้ป่วย


12.3 ห้องตรวจของแพทย์มีอ่างล้างมือสําหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 ห้องตรวจต่อ 1 อ่าง


12.4 เตียงผู้ป่วยควรมีม่านกั้นระหว่างเตียงผู้ป่วยเพื่อบังสายตาระหว่างการรักษาและเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู่ป่วย


12.5 มีป้ายติดหน้าห้องหรือหน้าแผนกบริการในตําแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน


12.6 แผนกผู้ป่วยใน บริเวณตั้งเตียงผู้ป่วยควรมีระยะระหว่างเตียง ไม่น้อยกว่า 1 เมตร และสามารถนําเปลเข็นเข้าเทียบเตียงผู้ป่วยได้โดยสะดวก


12.7 ห้องผ่าตัด ควรมีอ่างฟอกมือติดกับห้องผ่าตัดอย่างน้อย 2 อ่างต่อ 1 ห้องผ่าตัด และควรใช้ก็อกน้ำชนิดไม่ใชมือสัมผัสเช่น ก็อกน้ำแบบใช้เข่าดันเปิด-ปิดน้ำ หรือแบบเซนเซอร์


12.8 แผนกเภสัชกรรม มีตู้หรือชั้นเก็บยา เวชภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วน และมีตู้แยกเก็บยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่มีกุญแจปิดอย่างมีประสิทธิภาพ


12.9 แผนกเภสัชกรรม มีสถานที่และโต๊ะสําหรับเตรียมยา – ผสมยาแยกเป็นสัดส่วนจากที่จัดยา


12.10 มีห้องจ่ายยาและจัดแบ่งพื้นที่ใชส้อยอย่างเหมาะสม (บริเวณจ่ายยา/ให้คําแนะนําผู้ป่วย/เก็บรักษายา/ผสมยาสําหรับผู้ป่วยเฉพาะราย)


12.11 กรณีมีการเตรียมยาสําหรับผู้ป่วยเฉพาะรายในโรงพยาบาล ให้มีสถานที่สําหรับผู้ป่วยเฉพาะราย


12.12 แผนกรังสีวินิจฉัย มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ่าสําหรับผู้ป่วยเป็นสัดส่วนและมิดชิด


12.13 แผนกรังสีวินิจฉัย การตรวจพิเศษทางรังสีวิทยาในระบบทางเดินอาหารต้องมีห้องสุขาติดกับห้องตรวจ


12.14 แผนกผู้ป่วยหนัก บริเวณตั้งเตียงผู้ป่วย ควรมีระยะห่างระหว่างเตียงไม่ น้อยกว่า 2 เมตร เพื่อให้สามารถวางอุปกรณ์ช่วยชีวิตและสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ *** (รพ.ระดับ F ไม่ ต้องประเมินขอ13.14)


12.15 แผนกไตเทียม มีสถานที่และเฟอร์นิเจอร์สําหรับพักคอยของญาติผู้ป่วยโดยแยกเป็นสัดส่วนต่างหากจากบริเวณส่วนของผู้ป่วย(รพ.ระดับ F ไม่ ต้องประเมินขอ13.15)


12.16 แผนกไตเทียม บริเวณตั้งเตียงผู้ป่วยมีระยะห่างระหว่างเตียงไม่น้อยกว่า 1.10 เมตร และความกว้างของทางเดินระหว่างปลายเตียง ของสองฟากเตียงไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่ไม่ ต่ํากว่าสี่ตารางเมตรต่อหนึ่งจุดบริการและส่วนที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 1.80เมตร เพื่อให้มีพื้นที่สามารถช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินได้สะดวก(รพ.ระดับ F ไม่ ต้องประเมินขอ13.16)


12.17 แผนกไตเทียม มีพื้นที่เตรียมน้ําบริสุทธิ์พื้นที่ล้างและจัดเก็บตัวกรอง ที่ได้มาตรฐาน


12.18 แผนกบริการเทคนิคการแพทย์มีสถานที่เก็บสิ่งส่งตรวจเหมาะสมสะดวกต่อผู้รับบริการ


12.19 แผนกบริการเทคนิคการแพทย์มีสถานที่ปฏิบัติเหมาะสมปลอดภัยมีการแยกพื้นที่ปฏิบัติการเฉพาะ เช่น งานธนาคารเลือด งานจุลชีววิทยาคลินิกเป็นต้น


12.20 แผนกบริการเทคนิคการแพทย์มีการเก็บรักษาวัตถุหรือสารเคมีและสารไวไฟ โดยจัดไว้เป็นหมวดหมู่ มีป้ายและฉลากแสดงถูกต้องครบถ้วน


12.21 แผนกบริการแพทย์แผนไทย ห้องอบไอน้ําสมุนไพรรวมต้องแยกห้องให้บริการชาย-หญิง หรือถ้าไม่ สามารถแยกได้ต้องบริหารจัดการเวลาการให้บริการแก่ผูรับบริการชาย-หญิงได้อย่างเหมาะสม


12.22 แผนกบริการแพทย์แผนไทย ห้องเปลี่ยนเสื้อผา (ถ้ามี) ต้องมีขนาดตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยแยกห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าชาย-หญิงแต่หากไม่สามารถแยกได้ต้องบริหารจัดการเวลาการใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของผูรับบริการชาย-หญิงได้อย่างเหมาะสม


12.23 แผนกบริการแพทย์แผนจีน เตียงสําหรับนวดหรือฝังเข็ม มีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 0.70 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 1.80 เมตรความสูงไม ต่ํากว า 0.70 เมตรและระยะห่างระหว่างเตียงไม่น้อยกว่า 1 เมตร เตียงต้องมีลักษณะมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานการประกอบโรคศิลปะสาขาแพทย์แผนจีนกําหนด


13.ภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อม


13.1 บริเวณพักผ่อน มีพื้นที่รองรับเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ มีความร่มรื่นสวยงาม สงบมีอากาศถ่ายเทที่ดี และเหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละวัยรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ


13.2 พื้นที่ระหว่างอาคาร มีการจัดภูมิทัศน์ใช้พรรณไม้ที่ดูแลรักษาง่ายหรือใช้วัสดุตกแต่ง พื้นผิวซึมน้ำ (POROUS PAVEMENT)


13.3 มีการจัดทําแผนปฏิบัติการ เช่น แผนการดูแลรักษาพืชพรรณไม้แผนการแก้ไขน้ำท่วมขังบริเวณถนน-ทางเดินเท้า แผนการดูแลรักษาความสะอาดไม่ให้มีเศษขยะแผนการจัดให้มีถังขยะเพียงพอ เป็นต้น


14.โครงสรางอาคาร (ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร)


14.1 มีแผนงานในการเฝ้าระวังให้อาคารมีสภาพพร้อมใช้งานและมั่นคงแข็งแรง


14.2 มีการตรวจสอบสภาพอาคารและบันทึกการตรวจสภาพอาคารพร้อมมีรายงานผลต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้บริหารโรงพยาบาล


14.3 มีการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกําหนด


15.ระบบไฟฟ้ากําลัง


15.1 แผนผังระบบไฟฟ้ากําลังภายนอก


15.2 แนวสายไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ


15.3 บริเวณที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าแบบตั้งพื้น และนั่งร้าน


15.4 แผงเมนประธานหลักประจําอาคาร(ตู้MDB),ตู้สวิตซ์+ตัดตอน (PANEL BOARD)


15.5 ระบบการต่อลงดินของหม้อแปลงไฟฟ้า,แผงเมนประธานหลักประจําอาคาร(ตู้MDB)และเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารองฉุกเฉิน


15.6 การต่อลงดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร


15.7 การต่อลงดินของระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ในพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้า (กลุ่ม 2) (ยกเว้นกลุ่ม 1) เช่น บริเวณห้องผ่าตัด, ห้อง ICU ฯลฯซึ่งการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่ ต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้


16.ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง


16.1 ภายนอกอาคาร


16.2 ภายในอาคาร


17.ระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉิน


17.1 เครื่องกําเนิดไฟฟ้า


17.2 ห้องเครื่องกําเนิดไฟฟ้าและการติดตั้ง


17.3 การระบายอากาศและแสงสว่างในห้องเครื่องกําเนิดไฟฟ้า


17.4 ถังน้ำมัน และน้ํามันสํารองของเครื่องกําเนิดไฟฟ้า


17.5 ยูพีเอส(UPS)


17.6 โคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน


17.7 เตารับไฟฟ้า


18.ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้


18.1 สถานที่ติดตั้งและอุปกรณ์ประกอบ


19.ระบบป้องกันการเข้าออก


19.1 สถานที่ติดตั้งและอุปกรณ์ประกอบ


20.ระบบป้องกันแรงดัน และกระแสเกิน และระบบป้องกันฟ้าผ่า


20.1 สถานที่ตั้ง และอุปกรณ์ครบ


21.ลิฟต์


21.1 มีการแยกประเภทของลิฟต์ตามการใช้งาน ได้แก่ ลิฟต์โดยสาร ,ลิฟต์ขนของลิฟต์สําหรับพนักงานดับเพลิง


21.2 มีขนาดและจํานวนเพียงพอต่อการใช้งาน


21.3 บริเวณโถงหน้าลิฟต์บรรทุกเตียงคนไข้ต้องมีพื้นที่สามารถเข็นเปลนอนสวนกันได้


21.4 กําหนดให้มีลิฟต้สําหรับผู้พิการและทุพพลภาพสามารถใช้งานได้


21.5 บริเวณโถงหน้าลิฟต์และภายในห้องโดยสาร ต้องสะอาด มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างภายในห้องโดยสารที่เหมาะสม


21.6 กรณีไฟฟ้าดับ จัดให้มีระบบ ARD (AUTOMATIC RESCUE DEVICE)เพื่อให้ลิฟต์สามารถเคลื่อนไปเทียบยังชั้นที่ใกล้ที่สุดและประตูลิฟต์จะต้องเปิดออกทันที


22.ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ


22.1 พื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องมีอากาศที่สะอาดจากภายนอกเติมเข้าสู่ พื้นที่บริการ/ปฏิบัติงาน ให้ได้อัตราการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม ทั้งโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล


22.2 มีการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศในบริเวณห้องตรวจ


22.3 มีระบบควบคุมการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน


22.4 ห้องตรวจผู้ป่วยที่แสดงอาการโรคติดเชื้อทางอากาศ ต้องมีการควบคุมแรงดันอากาศ


1.การกำหนดนโยบายและการจัดการสิ่งแวดล้อม


1.1 มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน


1.2 มีคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกระบบ


1.3 มีแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการตามนโยบาย


1.4 มีการเฝ้าติดตาม และดำเนินการแก้ไข


2.การจัดการมูลฝอย


2.1 จัดให้มีบุคลากรปฏิบัติงานด้านการจัดการมูลฝอย


2.2 มีคู่มือกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน


2.3 มีการบันทึกอัตราการเกิดมูลฝอยประจำวัน


2.4 มีระบบการคัดแยกมูลฝอย


2.5 มีการแยกมูลฝอยติดเชื้อระหว่างวัสดุมีคมและไม่มีคม


2.6 มีแผนการและวิธีการเก็บขนเคลื่อนย้ายมูลฝอย


2.7 มีสถานที่พักมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ


2.8 มูลฝอยติดเชื้อต้องเก็บกักไว้ไม่เกิน 7 วัน


2.9 มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล


2.10 มีการกำจัดมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะ


2.11 มีบัญชีรายการของวัสดุและของเสียอันตราย


3.การจัดการน้ำเสีย


3.1 สถานพยาบาลมีระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม


3.2 มีแผนผังแสดงกระบวนการระบบบำบัดน้ำเสีย


3.3 มีการจัดทำเอกสารกำกับเครื่องจักร


3.4 มีแผนซ่อมบำรุงรักษา


3.5 มีผู้ปฏิบัติงานผ่านการอบรม


3.6 มีผู้ควบคุมผ่านการอบรม


3.7 มีอุปกรณ์เบื้องต้นที่จำเป็น


3.8 มีคู่มือขั้นตอนปฏิบัติงาน


3.9 มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล


3.10 ตรวจวัดคุณภาพน้ำทุก 3 เดือน


3.11 ตรวจวัดไข่หนอน/อีโคไล ทุกปี


3.12 ตรวจสอบระบบบำบัดและบันทึกผล


3.13 รายงานผลบำบัดน้ำเสีย มาตรา 80


3.14 มีผังระบบระบายน้ำชัดเจน


3.15 มีระบบระบายน้ำฝน


3.16 มีระบบสุขาภิบาลที่เหมาะสม


4.การจัดการน้ำอุปโภคและบริโภค


4.1 มีผู้รับผิดชอบระบบน้ำอุปโภค


4.2 มีคู่มือปฏิบัติงาน


4.3 มีแผนผังระบบน้ำประปา


4.4 บันทึกข้อมูลใช้น้ำประจำวัน


4.5 ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำปีละ 1 ครั้ง


4.6 ตรวจคลอรีนและเชื้อโรครายเดือน


4.7 มีระบบสำรองน้ำอย่างน้อย 2 วัน


4.8 ถังสำรองน้ำต้องปิดมิดชิด ปลอดภัย


4.9 มีแผนดูแลถังพักน้ำ ปีละ 1 ครั้ง


4.10 ระบบจ่ายน้ำสะอาด ไม่มีรั่วซึม


4.11 ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ได้มาตรฐาน


5.การจัดการระบบส่องสว่าง


5.1 ตรวจวัดแสงสว่างตามมาตรฐาน ปีละ 1 ครั้ง


6.การจัดการมลพิษทางเสียง


6.1 มีมาตรการควบคุมเสียง


6.2 ตรวจวัดเสียงในพื้นที่เสี่ยง


7.การจัดการคุณภาพอากาศ


7.1 ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่บริการ ปีละ 1 ครั้ง


8.การจัดการด้านพลังงาน


8.1 มีแผนการส่งเสริมและอนุรักษ์พลังงาน


1.การจัดการด้านความปลอดภัย


1.1 จัดให้มีนโยบายและผู้รับผิดชอบหรือคณะทำงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของโรงพยาบาล


1.2 จัดให้มีแผนงาน งบประมาณ การติดตามประเมินผล การรายงานผลการทบทวนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยประจำปี


2.กฎ ระเบียบ มาตรฐาน หรือคู่มือปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน


2.1 จัดให้มีคู่มือความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทของพยาบาล


2.กฎ ระเบียบ มาตรฐาน หรือคู่มือปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน


2.2 จัดทำแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน


2.กฎ ระเบียบ มาตรฐาน หรือคู่มือปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน


2.3 มีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยในการทำงาน และแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


3.การอบรมบุคลากร


3.1 มีการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านความปลอดภัยในการทำงานของโรงพยาบาลตามระยะเวลาที่เหมาะสม


3.การอบรมบุคลากร


3.2 การฝึกอบรมให้ความรู้เฉพาะด้านของบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานที่มีความเสี่ยง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


4.สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากร


4.1 จัดให้มีการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


4.สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากร


4.2 จัดให้มีการตรวจสุขภาพของบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


4.สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากร


4.3 มีการตรวจสอบวิศวกรรมความปลอดภัย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


4.สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากร


4.4 มีแผนการตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา เครื่องจักรกลในระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง


5.การจัดการแบบแปลนแผนผังงานระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง


5.1 มีแบบแปลนแผนผังหรือรายละเอียดข้อมูลของระบบทางวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง


5.การจัดการแบบแปลนแผนผังงานระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง


5.2 มีระบบการจัดเก็บแบบแปลนแผนผังของระบบทางวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูงและมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน


6.การตรวจสอบประสิทธิภาพระบบทางวิศวกรรมของห้องที่ให้บริการทางการแพทย์ที่สำคัญ


6.1 มีการตรวจสอบระบบของห้องให้บริการทางการแพทย์ที่สำคัญ เช่น ห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องผู้ป่วยหนัก


6.การตรวจสอบประสิทธิภาพระบบทางวิศวกรรมของห้องที่ให้บริการทางการแพทย์ที่สำคัญ


6.2 มีการตรวจสอบและทดสอบระบบการทำงานตามมาตรฐาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


7.คุณภาพของระบบไฟฟ้า


7.1 มีการตรวจติดตาม ประเมิน วิเคราะห์ปริมาณการใช้ไฟฟ้า


7.คุณภาพของระบบไฟฟ้า


7.2 มีแผนผังหรือรายละเอียดของระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.1 มีนโยบายและคณะทำงานในการจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.2 มีการประเมินและจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.3 มีคู่มือและแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยของโรงพยาบาล


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.4 มีการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟ


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.5 มีการบำรุงรักษาระบบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.6 มีแผนผังเส้นทางหนีไฟและเส้นทางหนีไฟพร้อมใช้งาน


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.7 มีแนวทางการอพยพผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้


8.การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย


8.8 มีพื้นที่จุดรวมพลภายนอกอาคาร


9.ระบบก๊าซทางการแพทย์


9.1 มีมาตรการรองรับกรณีฉุกเฉินเพื่อให้ระบบก๊าซใช้งานได้ต่อเนื่อง


9.ระบบก๊าซทางการแพทย์


9.2 มีการดูแล ซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้


9.ระบบก๊าซทางการแพทย์


9.3 มีการทดสอบสัญญาณเตือนของระบบก๊าซ


9.ระบบก๊าซทางการแพทย์


9.4 มีป้ายเตือนหรือสัญลักษณ์ด้านความปลอดภัยในพื้นที่เกี่ยวข้อง


10.พื้นที่กำเนิดรังสี


10.1 มีการกำหนดหรือบ่งชี้พื้นที่รังสี พร้อมป้ายเตือนตามกฎหมาย


10.พื้นที่กำเนิดรังสี


10.2 มีเอกสารแสดงผลตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์กำเนิดรังสี


1.การจัดการทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์


1.1 มีหน่วยงานที่รับผิดชอบการบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ชัดเจนในโรงพยาบาล


1.2 ผู้ใช้ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ซ่อมบำรุงเครื่องมือทางการแพทย์ต้องมีสมรรถนะที่เหมาะสมตามมาตรฐานของวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ


1.3 สถานที่หรือพื้นที่ปฏิบัติงานบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ต้องมีการแยกส่วน


1.4 เครื่องมือมาตรฐานในงานบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์มีความเหมาะสมตามข้อกำหนดของผู้ผลิต หรือตามมาตรฐานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และสามารถสอบกลับผลการวัดได้


2.การจัดหาและติดตั้งของเครื่องมือทางการแพทย์


2.1 เครื่องมือทางการแพทย์ต้องได้รับรองมาตรฐานและมีความปลอดภัยในการใช้งาน


2.2 ต้องทดสอบและตรวจสอบการทำงานของเครื่องมือทางการแพทย์ก่อนการตรวจรับ


2.3 ต้องมีการขออนุญาตติดตั้งและใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์ หากมีกฎหมายกำหนดไว้


2.4 ต้องจัดทำทะเบียนประวัติเครื่องมือทางการแพทย์ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมประเมินระดับความเสี่ยงของเครื่องมือที่ต้องการการบำรุงรักษา


3.การบำรุงรักษาตามรอบเวลาของเครื่องมือทางการแพทย์


3.1 ต้องจัดทำแผนบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต หรือมาตรฐานวิชาชีพ หรือประกาศของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ


3.2 ต้องมีการเฝ้าระวัง การตรวจสอบแจ้งเตือนและเรียกคืนเครื่องมือแพทย์ภายในโรงพยาบาล


3.3 การบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ ต้องครอบคลุมการทดสอบหรือสอบเทียบ การทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า การทดสอบภายนอกและฟังก์ชั่นต่าง ๆ


3.4 บ่งชี้สถานะบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์อย่างชัดเจนเป็นปัจจุบัน และสามารถสืบค้นผลตรวจย้อนหลังได้


4.การซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขของเครื่องมือทางการแพทย์


4.1 จัดให้มีกระบวนการจัดการงานซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขของเครื่องมือทางการแพทย์


4.2 ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมทั้งปรับเทียบเครื่องมือใหม่หลังซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ


4.3 ผลการซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข ต้องประกอบด้วยคำอธิบายปัญหา อาการ หมายเลขอะไหล่ ผู้ดำเนินการ และหน่วยงานที่แจ้งซ่อม


5.การยกเลิกการใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์


5.1 จัดให้มีกระบวนการจัดการยกเลิกการใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์ พร้อมหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจ


5.2 ต้องมีบ่งชี้และสถานะของเครื่องมือที่ยกเลิกการใช้งาน


5.3 แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากมีข้อกฎหมายกำหนดไว้


1.ระบบเรียกพยาบาล


1.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบเรียกพยาบาล


1.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบเรียกพยาบาล


1.3 สถานพยาบาลมีแผนผังตำแหน่งที่ตั้งอุปกรณ์ต่างๆของระบบเรียกพยาบาลที่เป็นปัจจุบัน


1.4 สถานพยาบาลมีการทดสอบระบบเรียกพยาบาล ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา


1.5 สถานพยาบาลมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองให้กับระบบเรียกพยาบาล


1.6 สถานพยาบาลมีอุปกรณ์สำหรับเรียกพยาบาลที่เตียงผู้ป่วย ห้องน้ำผู้ป่วยและห้องน้ำคนพิการ


1.7 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบเรียกพยาบาล


2.ระบบวิทยุคมนาคม


2.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบวิทยุคมนาคม


2.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบวิทยุคมนาคม


2.3 สถานพยาบาลมีแผนผังโครงข่ายวิทยุคมนาคมที่เป็นปัจจุบัน


2.4 สถานพยาบาลมีการทดสอบระบบวิทยุคมนาคม ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา


2.5 สถานพยาบาลมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองให้กับระบบวิทยุคมนาคม


2.6 ผู้ใช้งานวิทยุคมนาคมต้องมีบัตรประจำตัวผู้ใช้และบัตรประจำตัวเครื่องวิทยุคมนาคม


2.7 สถานพยาบาลมีเครื่องวิทยุคมนาคมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด


2.8 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบวิทยุคมนาคม


3.ระบบโทรศัพท์


3.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบโทรศัพท์


3.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบโทรศัพท์


3.3 สถานพยาบาลมีแผนผังหรือหมายเลขติดต่อของระบบโทรศัพท์ที่เป็นปัจจุบัน


3.4 สถานพยาบาลมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองให้กับระบบโทรศัพท์


3.5 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบโทรศัพท์


4.ระบบเสียงประกาศ


4.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบเสียงประกาศ


4.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบเสียงประกาศ


4.3 สถานพยาบาลมีแผนผังตำแหน่งที่ตั้งอุปกรณ์ต่างๆของระบบเสียงประกาศที่เป็นปัจจุบัน


4.4 สถานพยาบาลมีการทดสอบระบบเสียงประกาศ ให้พร้อมใช้งาน


4.5 สถานพยาบาลมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองให้กับระบบเสียงประกาศ


4.6 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบเสียงประกาศ


5.ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด


5.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด


5.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด


5.3 สถานพยาบาลมีแผนผังตำแหน่งที่ตั้งอุปกรณ์ต่างๆของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เป็นปัจจุบัน


5.4 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา


5.5 สถานพยาบาลมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองให้กับระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอย่างต่อเนื่อง


5.6 สถานพยาบาลมีระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูล


5.7 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด


6.ระบบรถพยาบาล


6.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบรถพยาบาล


6.2 สถานพยาบาลมีรถพยาบาลตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด


6.3 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบความพร้อมใช้ของรถพยาบาล


6.4 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบความพร้อมใช้ของระบบสื่อสารในรถพยาบาล


6.5 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบความพร้อมใช้ของเครื่องมือแพทย์ในรถพยาบาล


6.6 สถานพยาบาลมีแผนและประวัติการบำรุงรักษาของระบบรถพยาบาล


1. การบริหารจัดการ
1.1 นโยบายด้านสุขศึกษา
1.2 บุคลากรขับเคลื่อนงานสุขศึกษา
1.3 เครือข่ายการปฏิบัติงานสุขศึกษา
2. กระบวนงานสุขศึกษาในสถานพยาบาลและชุมชน
2.1 สำรวจพฤติกรรมสุขภาพ
2.2 จัดกิจกรรมสุขศึกษา
2.3 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ
2.4 การเยี่ยมเสริมพลัง
2.5 ประเมินผลการจัดกิจกรรมสุขศึกษา
3. ผลลัพธ์คุณภาพงานสุขศึกษา
3.1 พฤติกรรมสุขภาพ
3.2 สภาวะสุขภาพ
3.3 ความพึงพอใจ
3.4 งานวิจัย หรือผลงานนวัตกรรมเด่น

1.โครงสร้างและบทบาท การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์


1.1 มีการจัดโครงสร้างการดูแลระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล


1.2 มีการจัดทำแผนแม่บทหรือแผนพัฒนาของสถานพยาบาล


1.3 มีนโยบายและแผนงานว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสถานพยาบาล


1.4 มีการจัดโครงสร้างและอัตรากำลังของหน่วยงานสารสนเทศของสถานพยาบาลที่เหมาะสม


1.5 มีการกำหนดมาตรการ/นโยบาย/แนวปฏิบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ


2.การจัดการความเสี่ยง ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์


2.1 มีกระบวนการประเมินและให้คะแนนความเสี่ยงของระบบสารสนเทศอย่างเป็นระบบ


2.2 มีแผนจัดการความเสี่ยงเป็นลายลักษณ์อักษร


2.3 การดำเนินการตามแผนจัดการความเสี่ยง


2.4 มีการติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานความเสี่ยงเสนอต่อผู้บริหาร


2.5 มีการนำผลการประเมินความเสี่ยงมาปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง


3.การจัดการความมั่นคงปลอดภัยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์


3.1 มีการจัดทำแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ


3.2 มีนโยบายและมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล


3.3 มีการสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity อย่างสม่ำเสมอ


3.4 มีการประชาสัมพันธ์นโยบาย/แนวปฏิบัติให้บุคลากรทราบและถือปฏิบัติ


3.5 มีการประเมินการรับรู้/การปฏิบัติตามระเบียบและปรับปรุงต่อเนื่อง


4.การจัดการศักยภาพของทรัพยากรในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ


4.1 มีการจัดทำทะเบียนทรัพย์สินด้านสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการสำคัญ


4.2 มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและ Gap Analysis ของทรัพยากร


4.3 มีการจัดทำแผนเพิ่มหรือจัดการศักยภาพด้าน Hardware, Software, Network


4.4 มีการกำหนด Functional Competency ของบุคลากรด้าน IT และประเมินเป็นรายบุคคล


4.5 มีการนำผล Gap Analysis มาปรับปรุงแผนเพิ่มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง


5.การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพและทางสภาพแวดล้อมของ DATA CENTER


5.1 กำหนดมาตรการความปลอดภัย และหน้าที่ผู้ดูแล Data Center อย่างชัดเจน


5.2 มีรอบการสำรองข้อมูล การป้องกันการเข้าถึงสื่อสำรองโดยไม่ได้รับอนุญาต


5.3 มีระบบป้องกันอัคคีภัยเหมาะสมกับความเสี่ยง


5.4 มีระบบป้องกันความเสียหายของข้อมูล เช่น UPS, RAID, Redundant Server


5.5 มีระบบเฝ้าระวังและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ Data Center


6.การตรวจสอบและแผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์


6.1 จัดให้มีแผน Cybersecurity Audit Plan และรายงานผลต่อผู้บริหาร


6.2 จัดให้มีแผน Incident Response Plan และแจ้งผู้เกี่ยวข้องรับทราบ


6.3 มีการฝึกซ้อมและทบทวนแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง